
หนึ่งในสถานการณ์ที่ผู้ปกครองกังวลมากที่สุดคือ “ลูกร้องไห้ ไม่ยอมลงน้ำ” โดยเฉพาะในคาบแรก ๆ ของการเรียนว่ายน้ำ เด็กบางคนร้องตั้งแต่ยังไม่ถึงสระ บางคนเริ่มร้องตอนครูอุ้มลงน้ำ หรือบางครั้งก็ร้องเมื่อรู้ว่าต้องแยกจากผู้ปกครอง ทั้งหมดนี้คือพฤติกรรมที่พบได้บ่อยกว่าที่หลายคนคิด แต่กลับถูกตีความผิดอยู่เสมอว่า “ลูกกลัวน้ำ” ทั้งที่จริง ความรู้สึกต่อต้านน้ำอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น
ในประสบการณ์ของผม เด็กที่ร้องไห้ไม่ยอมลงน้ำ ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่พร้อมเสมอไป และไม่ใช่สัญญาณว่าควรหยุดเรียน เด็กหลายคนร้องมากในคาบแรก แต่กลายเป็นเด็กที่รักน้ำที่สุดในรุ่นภายในไม่กี่สัปดาห์ เพราะความกลัวของเด็ก ไม่ได้เกิดจากน้ำอย่างเดียว แต่เกิดจาก “ความไม่คุ้นเคย ความเปลี่ยนแปลง และความรู้สึกควบคุมสถานการณ์ไม่ได้”
การเข้าใจต้นเหตุของอาการร้อง และรู้วิธีรับมืออย่างเหมาะสม คือกุญแจสำคัญที่ทำให้เด็กค่อย ๆ เปิดใจ เรียนรู้ และสุดท้ายพร้อมพัฒนาไปสู่การว่ายน้ำอย่างมั่นใจ
เด็กไม่ยอมลงน้ำ: เบื้องหลังที่ผู้ปกครองมักไม่เคยรู้
ไม่ได้กลัวน้ำเสมอไป แต่กลัว “ความไม่แน่นอน”
ผู้ปกครองมักคิดว่าเด็กที่ร้องคือนักเรียนที่ “กลัวน้ำ” แต่จากประสบการณ์จริงกว่า 15 ปี เด็กที่ร้องส่วนใหญ่ร้องเพราะ “สภาพแวดล้อมใหม่” มากกว่าน้ำเอง
เด็กวัย 6 เดือน – 4 ปี ยังไม่สามารถประมวลเหตุผลเหมือนผู้ใหญ่ เขาเพียงรับรู้ว่า
มีเสียงดังมากกว่าปกติ
มีคนแปลกหน้า
อากาศเย็นกว่าในบ้าน
พื้นลื่น
กลิ่นคลอรีนที่ไม่คุ้นเคย
ทั้งหมดนี้ทำให้เด็กรู้สึกเหมือนถูกโยนเข้าสู่สถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ การร้องไห้จึงเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายในการ “ขอเวลาให้ตัวเองปรับตัว”
เด็กชอบยึดกิจวัตร (Routine)
เด็กจำนวนมากร้องเพราะรู้สึกว่าถูกดึงออกจากกิจวัตรเดิม เช่น
ปกติช่วงเวลานี้กินข้าว
ปกติช่วงนี้นอน
หรือเมื่อเห็นผู้ปกครองเครียด เด็กจะรับความรู้สึกนั้นไปด้วยทันที
หลายครอบครัวคิดว่าเด็กกลัวน้ำ ทั้งที่จริง เด็กร้องเพราะ “การเปลี่ยนกิจวัตร” ไม่ใช่น้ำเลย
ความรู้สึกแยกจากผู้ปกครอง (Separation Anxiety)
วัย 1–3 ปี เป็นช่วงที่พบบ่อยที่สุด เด็กมักร้องทันทีที่ครูอุ้ม แม้ว่าน้ำจะไม่ได้เป็นปัญหาเลย เด็กหลายคนสามารถลงน้ำได้อย่างดีเมื่อมีพ่อหรือแม่อยู่ในน้ำ แต่ร้องทันทีถ้าต้องลงกับครูเพียงลำพัง
นี่ไม่ใช่การกลัวน้ำ แต่เป็นการกลัวการแยกตัวซึ่งเป็นเรื่องปกติมากในพัฒนาการของเด็กวัยนี้
วิธีรับมือเมื่อลูกร้องไห้ไม่ยอมลงน้ำ (จากประสบการณ์ในสระจริง)
การร้องไห้ไม่ใช่สัญญาณล้มเหลว แต่เป็น “กระบวนการปรับตัว”
ผมอยากให้ผู้ปกครองทุกคนเห็นตรงกันก่อนว่า การร้องไห้ในช่วงแรกเป็นเรื่องปกติอย่างมาก เด็กจำนวนมากที่ผมสอน—ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็ก เด็กที่ไวต่อเสียง หรือเด็กที่ขี้อายมาก—ร้องใน 1–3 คาบแรก แต่กลับกลายเป็นนักเรียนที่มั่นใจที่สุดในรุ่นภายในเวลาไม่นาน
เด็กบางคนต้องใช้เวลามากกว่าคนอื่น แต่ “การร้อง” ไม่เกี่ยวกับศักยภาพในการเรียนว่ายน้ำเลยแม้แต่นิดเดียว
วิธีที่ช่วยให้เด็กค่อย ๆ เปิดใจ
หนึ่งในเทคนิคที่ใช้ได้ผลกับเด็กเกิน 80% คือ “ค่อย ๆ ให้เขาสำรวจน้ำแบบไม่กดดัน” เด็กที่รู้สึกว่าตัวเอง “เป็นคนเลือก” จะเปิดใจเรียนรู้มากกว่าเด็กที่รู้สึกว่า “ถูกบังคับ”
เช่น
ปล่อยให้เด็กจับน้ำลูบมือก่อน
ให้เล่นของเล่นขอบสระ
ให้เดินริมสระเพื่อดูคนอื่นลงน้ำ
ให้ลงน้ำพร้อมผู้ปกครองในช่วงแรก
เด็กที่เริ่มรู้สึกว่าบริเวณนี้ปลอดภัย ความกลัวจะค่อย ๆ ลดลงเองอย่างเป็นธรรมชาติ
ตัวอย่างจากงานจริง
ผมเคยเจอเด็กคนหนึ่งวัยเกือบ 2 ขวบ ร้องทุกครั้งที่เห็นผู้สอน แม้ยังไม่ได้ลงน้ำ ที่บ้านบอกว่า “ลูกกลัวน้ำแน่ ๆ” แต่หลังจากเราทดลองให้เด็กนั่งริมสระแล้วเอามือแตะน้ำเอง ไม่บังคับ วันถัดไปเขากลับขอให้พ่อพาลงน้ำเอง
หลังจากนั้นไม่ถึง 1 เดือน เด็กคนนี้กลายเป็นคนที่ลงน้ำก่อนเพื่อนทุกครั้ง สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่การบังคับ แต่เป็น “เวลาที่เหมาะสมและความรู้สึกว่าตัวเองควบคุมได้”
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: สิ่งที่มือใหม่มักพลาด และสิ่งที่สถาบันคุณภาพสูงทำต่าง
มือใหม่มักพลาดเพราะ “คิดว่าต้องหยุดเรียน”
หลายครอบครัวหยุดเรียนทันทีเมื่อลูกร้องในคาบแรก ซึ่งเป็นความน่าเสียดายอย่างมาก เพราะเด็กเพิ่งเริ่มกระบวนการปรับตัว การหยุดกะทันหันทำให้เขาจำได้ว่า “ร้องแล้วได้หยุด” ซึ่งยิ่งทำให้การเริ่มใหม่ครั้งหน้าลำบากกว่าเดิม
สถาบันพรีเมียมให้ความสำคัญกับ “กระบวนการไม่ใช่ผลลัพธ์”
ในโรงเรียนที่มีมาตรฐานสูง ครูจะไม่ได้รีบสอนท่า แต่จะประเมินพื้นฐานทางอารมณ์ของเด็กก่อน เช่น
เด็กตอบสนองต่อเสียงอย่างไร
เขามองหาผู้ปกครองบ่อยแค่ไหน
เขายอมให้ครูสัมผัสตัวหรือไม่
เขามีระยะเวลาสงบต่อครั้งนานแค่ไหน
การประเมินเหล่านี้ช่วยให้ครูออกแบบวิธีการลงน้ำให้เหมาะกับเด็กแต่ละคน ซึ่งเป็นความต่างที่เห็นชัดมากระหว่างสถาบันที่ใส่ใจเด็กเป็นรายบุคคลกับสถาบันที่สอนแบบรูปแบบเดียวสำหรับทุกคน
แนวคิดระยะยาว: ปรับอารมณ์เด็กก่อนปรับท่า
เด็กที่ร้องในคาบแรก ไม่ได้หมายความว่าเขาจะว่ายน้ำช้า ในทางตรงกันข้าม เด็กที่ผ่านการปรับตัวเชิงอารมณ์ได้ดี มักมีความมั่นใจสูง และเรียนท่าต่าง ๆ ได้ไวกว่าเด็กที่ถูกบังคับให้ลงน้ำโดยยังไม่พร้อม
แนวทางที่ได้ผลที่สุดคือ
“ให้เด็กได้สร้างความไว้วางใจต่อครูก่อน แล้วทักษะจะตามมาเอง”
คำถามที่ผู้ปกครองค้นหาจริง (FAQ)
1) ถ้าลูกร้องหนักมาก ควรหยุดเรียนไหม?
ไม่จำเป็นต้องหยุดทันที การร้องในช่วงแรกเป็นเรื่องปกติ เด็กต้องการเวลาในการปรับตัว แต่ควรพูดคุยกับครูเพื่อปรับแนวการสอนให้เหมาะกับลูก เช่น ให้ลงพร้อมผู้ปกครอง หรือให้อยู่ขอบสระก่อน
2) ถ้าลูกกลัวน้ำจริง ๆ จะเรียนว่ายน้ำได้ไหม?
ได้ เด็กที่กลัวน้ำมักมีความระมัดระวังสูง ทำให้เรียนรู้การเอาตัวรอดได้ดีมาก หากค่อย ๆ ปรับทีละขั้น เด็กที่กลัวน้ำมักมีพัฒนาการเร็วเมื่อเริ่มสร้างความมั่นใจ
3) ทำไมบางคนร้องเฉพาะตอนเห็นครู ทั้งที่ไม่ได้กลัวน้ำ?
เด็กบางคนยังไม่คุ้นกับการแยกจากผู้ปกครอง หรือไม่คุ้นกับการให้ผู้ใหญ่คนอื่นจับ ต้องสร้างความคุ้นเคยก่อน เด็กกลุ่มนี้ไม่ใช่ “ลูกกลัวน้ำ” แต่คือ “ยังไม่ไว้วางใจครู”
4) ต้องให้ผู้ปกครองลงน้ำด้วยหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับวัยและลักษณะนิสัย เด็กบางคนรู้สึกปลอดภัยขึ้นเมื่อมีพ่อแม่อยู่ใกล้ ๆ แต่บางครั้งการที่ผู้ปกครองอยู่ใกล้เกินไปอาจทำให้เด็กร้องมากกว่า เพราะเด็กรู้ว่าสามารถ “ขออุ้ม” ได้ตลอด
5) ร้องทุกครั้ง มีวิธีเร่งให้หายกลัวไหม?
ไม่ควรเร่ง การเร่งทำให้เด็กต่อต้านมากขึ้น แนวทางที่ได้ผลที่สุดคือค่อย ๆ สร้างประสบการณ์ดี ๆ ทุกครั้งที่ลงน้ำ การเร่งผลลัพธ์ทำให้กระบวนการยืดเยื้อกว่าเดิม
6) เด็กที่ร้องในคาบแรก จะเรียนท่าได้ช้ากว่าเด็กที่ไม่ร้องไหม?
ไม่เสมอไป เด็กจำนวนมากที่ร้องเยอะในช่วงแรก มักเรียนท่าต่าง ๆ ได้เร็วเมื่อเริ่มมั่นใจ เพราะอารมณ์เป็นตัวล็อกไม่ใช่ความสามารถ รอให้ใจพร้อม ทุกอย่างจะง่ายขึ้นมาก
บทสรุป
เด็กที่ร้องไห้หรือไม่ยอมลงน้ำ ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่พร้อม ไม่กล้า หรือไม่เหมาะกับการเรียนว่ายน้ำ แต่เป็นเพราะเขายังต้องการเวลาในการทำความรู้จักกับสภาพแวดล้อมใหม่ ความรู้สึกใหม่ และคนใหม่ การตอบสนองแบบร้องไห้เป็นกลไกการป้องกันตัวตามธรรมชาติ
สิ่งสำคัญไม่ใช่การบังคับให้เด็กหยุดร้อง แต่คือการสร้าง “วงจรประสบการณ์ที่ปลอดภัย” ให้เด็กค่อย ๆ เปิดใจ หากเด็กได้รับการดูแลที่ถูกวิธี เขาจะไม่เพียงหยุดร้องไห้ แต่ยังกลายเป็นเด็กที่รักน้ำและมั่นใจในตัวเองอย่างแท้จริง
เพราะสุดท้ายแล้ว เด็กไม่ร้องเพราะน้ำ แต่ร้องเพราะเขายังไม่มั่นใจ
และความมั่นใจ… ต้องใช้เวลา สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และครูที่เข้าใจเด็กอย่างแท้จริง
หากคุณกำลังมองหาศูนย์เรียนว่ายน้ำสำหรับเด็กที่ใส่ใจสุขภาพและความปลอดภัย Baby Swimming Thailand พร้อมดูแลลูกน้อยของคุณด้วยครูผู้เชี่ยวชาญ และบรรยากาศการเรียนที่เป็นมิตรและปลอดภัยเสมอ
🩵👇🏻สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม👇🏻🩵
.
🏢 สำนักงานใหญ่ :
💬 line.me/R/ti/p/%40babyswimming
📪 m.me/babyswimmingthailand
.
📍 สาขาของเรา (Our locations) :
bit.ly/BSTLocations
.
🏊♀ คอร์สและค่าเรียนว่ายน้ำ (Courses & fees):
bit.ly/BSTCoursesFees
.
💡 รู้จักเราใน 3 นาที (Know us in 3 mins) :
bit.ly/BSTAboutUs
.
⭐️ รีวิวจากสมาชิกของเรา (Our testimonials) :
bit.ly/BSTTestimonials
.
🎦 YouTube channel ของเรา (Our YouTube channel) :
bit.ly/BSTYouTube
.
🌐 babyswimmingthailand.com
.
✨ มาร่วมมอบของขวัญล้ำค่าที่จะติดตัวลูกของคุณไปตลอดชีวิตกับ BABY SWIMMING, A Precious Gift for Your Kids” 🐳🏊🏻💦🩵🎁✨
.
✅ โรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็กที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
✅ คะแนนรีวิว ‘5 ดาว’ บน Facebook สูงสุดเป็นอันดับ 1 จากสมาชิกมากกว่า 1,000 ครอบครัว
✅ แบรนด์เดียวที่ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพ ISO 9001 ด้านการบริการและการออกแบบพัฒนาหลักสูตร
✅ แบรนด์เดียวที่ได้รับความไว้วางใจและร่วมดำเนินงานกับโรงพยาบาลชั้นนำ
