
🐳 ปิดเทอมหน้าร้อน…ช่วงเวลาที่เด็กๆ ได้เล่นสนุกมากขึ้น
แต่ในทุกปี ช่วงเวลาเดียวกันนี้กลับเป็นช่วงที่ “เด็กไทยจมน้ำเสียชีวิตสูงที่สุด”
ตัวเลขจากกรมควบคุมโรคระบุว่า ช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ปี 2567 เด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิตถึง 173 คน หรือเฉลี่ย “เกือบ 2 คนต่อวัน” ตลอดเดือนมีนาคม–พฤษภาคม 🌊
วันนี้คุณครูเลยอยากชวนคุณพ่อคุณแม่มาทำความเข้าใจ และวิธีป้องกันที่สำคัญที่สุด เพื่อช่วยปกป้องเจ้าตัวเล็กของเราให้ปลอดภัยในทุกช่วงวัยค่ะ 💙
📊 สถิติเด็กจมน้ำในไทย ที่พ่อแม่ทุกคนควรรู้
ตัวเลขปี 2567 จากกระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมโรค ระบุว่า ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ปี 2567 เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิตถึง 173 คน เฉลี่ยวันละเกือบ 2 ราย
▸ เดือนมีนาคม สูงที่สุด 70 คน
▸ เมษายน 58 คน
▸ พฤษภาคม 45 คน
และในปีเดียวกัน เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี จมน้ำเสียชีวิตถึง 180 คน คิดเป็นกว่า 32% ของเด็กที่เสียชีวิตจากการจมน้ำทั้งหมด
สิ่งที่น่าตกใจคือ…ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำรวมทั้งสิ้น 36,870 คน เฉลี่ยวันละกว่า 10 คน โดยเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จำนวน 6,449 คน หรือเฉลี่ยวันละ 2 คน
ที่ผ่านมาประเทศไทยลดตัวเลขเด็กจมน้ำจากปีละ 1,500 คน ลงเหลือปีละ 615 คน และกระทรงสาธาณะสุขมุ่งสู่เป้าหมายให้เหลือ 290 คนต่อปี
⚠️ ข้อมูลจาก WHO ระบุด้วยว่า ทั่วโลกการจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี รองจากโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โดยเฉลี่ยเสียชีวิตจากการจมน้ำปีละ 145,739 คน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กอายุ 5–14 ปี พบว่าการจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1
🗺️ จุดที่เด็กจมน้ำมากที่สุด…ไม่ใช่สระว่ายน้ำ
สิ่งที่หลายครอบครัวไม่รู้คือ… การจมน้ำส่วนใหญ่ ไม่ได้เกิดในสระว่ายน้ำ
แหล่งน้ำที่พบเด็กจมน้ำมากที่สุดในปี 2567 ได้แก่ แหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและแหล่งน้ำตามธรรมชาติ เช่น บ่อขุด สระน้ำ คลอง แม่น้ำ คิดเป็นร้อยละ 72.3 รองลงมาคือเขื่อน อ่างเก็บน้ำ ฝาย ร้อยละ 10.9 ส่วนสระว่ายน้ำและสวนน้ำคิดเป็นเพียงร้อยละ 5.8
แปลว่า… น้ำที่อันตรายที่สุดสำหรับลูกอยู่รอบๆ บ้าน แหล่งน้ำธรรมชาติ และพื้นที่เกษตรกรรม ไม่ใช่แค่สระว่ายน้ำที่มีคนดูแลค่ะ
👶 ใครคือกลุ่มเสี่ยงมากที่สุด?
กลุ่มเด็กที่เสียชีวิตมากที่สุด คือ
▸ อายุ 10–14 ปี ร้อยละ 39.3
▸ อายุ 5–9 ปี ร้อยละ 32.4
และเด็กผู้ชายมีอัตราจมน้ำสูงกว่าเด็กผู้หญิงถึง 2.8 เท่า
แต่สำหรับ “ทารกและเด็กเล็ก” ความเสี่ยงก็สูงมากเช่นกัน เพราะเด็กสามารถจมน้ำในน้ำลึกเพียง 5 เซนติเมตรได้ ⚠️
แม้แต่…
▸ ถังน้ำ
▸ กะละมัง
▸ อ่างอาบน้ำ
▸ กระโถน
▸ โอ่งน้ำ
ก็อาจกลายเป็นอันตรายได้ หากปล่อยลูกไว้ตามลำพังแม้เพียงไม่กี่วินาที
จังหวัดที่มีจำนวนการเสียชีวิตสูงที่สุดในปี 2567 คือ นครราชสีมา 13 คน ปัตตานี 9 คน ศรีสะเกษ และอุดรธานี จังหวัดละ 8 คน
😰 ความจริงที่น่ากลัว — “การจมน้ำเงียบและรวดเร็วมาก”
หลายคนคิดว่าเด็กจมน้ำจะตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้นเลย
การจมน้ำจริงๆ เกิดขึ้นแบบนี้:
- 🔇 เงียบสงัด — ร่างกายสัญชาตญาณจะสูบหายใจก่อนพูดเสมอ เด็กที่กำลังจมไม่มีแรงตะโกนได้
- ⚡ รวดเร็วมาก — เด็กเล็กอาจหมดสติในน้ำภายใน 20–30 วินาที
- 👁️ มองไม่เห็น — เด็กที่กำลังจมมักอยู่ใต้ผิวน้ำ ไม่ได้กำลังดิ้นรนอย่างที่เห็นในหนัง
นี่คือเหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่า การป้องกันสำคัญกว่าการช่วยเหลือเสมอนะคะ
🛡️ 5 ชั้นการป้องกันเด็กจมน้ำ ที่พ่อแม่ต้องรู้มี
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางน้ำแนะนำให้ใช้ “การป้องกันแบบหลายชั้น” เพราะไม่มีชั้นเดียวที่ปลอดภัยพอ
🏠 ชั้นที่ 1 — ปิดกั้นการเข้าถึงแหล่งน้ำ
มาตรการป้องกันในครอบครัว ได้แก่ บ้านที่มีเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี ควรใช้คอกกั้นเด็กหรือกำหนดพื้นที่เล่นปลอดภัย ไม่ให้เด็กเข้าถึงแหล่งน้ำ และต้องเทน้ำทิ้งจากภาชนะทุกครั้งหลังใช้งาน เช่น ถังน้ำ กะละมัง โอ่งน้ำ ไม่ปล่อยให้เด็กเล่นน้ำเองตามลำพังแม้ในกะละมัง ถังน้ำ สระว่ายน้ำ หรือชายหาด
💡 สิ่งที่หลายคนลืม: เด็กสามารถจมน้ำในน้ำเพียง 5 เซนติเมตรได้ — แม้แต่ถังน้ำในห้องน้ำก็อันตรายสำหรับเจ้าตัวเล็กนะคะ
👀 ชั้นที่ 2 — ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา
เมื่อเด็กอยู่ใกล้น้ำ ผู้ปกครองควรอยู่ใกล้ในระยะที่
▸ มองเห็น
▸ คว้าถึง
▸ เข้าถึงได้ทันที
ผู้เชี่ยวชาญเรียกว่า “Touch Supervision” หรือการดูแลในระยะแขนเอื้อมถึง
และสิ่งสำคัญมากคือ📵 “ห้ามเล่นโทรศัพท์” ระหว่างดูแลเด็กใกล้น้ำ แม้เพียงไม่กี่วินาที
🏊 ชั้นที่ 3 — สอนให้ลูกมีทักษะเอาชีวิตรอดในน้ำ
นี่คือชั้นการป้องกันที่สำคัญที่สุดในระยะยาว 💙เพราะเป็นทักษะที่ “ติดตัวลูกไปตลอดชีวิต”
มาตรการสำคัญในชุมชนและโรงเรียน คือสอนให้เด็กรู้จักกฎความปลอดภัยทางน้ำ เช่น ไม่เล่นใกล้แหล่งน้ำที่เป็นอันตราย
งานวิจัยยืนยันว่า การเรียนว่ายน้ำอย่างเป็นระบบลดความเสี่ยงจมน้ำในเด็กอายุ 1–4 ปีได้ถึงร้อยละ 88
ทักษะที่ลูกต้องมีเพื่อความปลอดภัยในน้ำ ได้แก่:
- 🌊 ลอยตัวได้คนเดียว — ทักษะแรกที่ช่วยชีวิตได้ทันที
- 🏊 ว่ายเข้าหาขอบสระหรือริมฝั่งได้ — รู้ว่าต้องไปทางไหน
- 🤿 กลั้นหายใจใต้น้ำได้สงบ — ไม่ตื่นตกใจจนจมเร็วขึ้น
- 😌 ไม่ตื่นตกใจเมื่อพลัดตกน้ำ — ทักษะทางจิตใจที่สำคัญมาก
🦺 ชั้นที่ 4 — อุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ถูกต้อง
สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่หลายบ้านเข้าใจผิดคือ…
❌ ห่วงยาง และปลอกแขนเป่าลม “ไม่ใช่อุปกรณ์ช่วยชีวิต” เพราะอาจพลิกคว่ำ ลมรั่ว หรือหลุดได้
อุปกรณ์ที่ถูกต้องคือ
✅ เสื้อชูชีพมาตรฐาน (Life Jacket) ที่ได้รับการรับรอง โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ใกล้แหล่งน้ำธรรมชาติ
🚑 ชั้นที่ 5 — รู้วิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง
นี่คือความรู้ที่อาจช่วยชีวิตได้จริง และหลายคนไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดมาตลอด
❌ สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด:
ไม่ควรอุ้มพาดบ่าแล้วกระแทกหรือกดท้องเพื่อเอาน้ำออกจากท้อง เพราะอาจทำให้คนจมน้ำอาเจียนและสำลักน้ำส่งผลให้ขาดอากาศหายใจนานยิ่งขึ้น
✅ สิ่งที่ต้องทำทันที:
🚑 ขั้นตอนการปฐมพยาบาลเด็กจมน้ำที่ถูกต้อง
1. นำเด็กขึ้นจากน้ำอย่างปลอดภัย รีบนำเจ้าตัวเล็กขึ้นจากน้ำมาไว้ในจุดที่ พื้นราบ แห้ง ปลอดภัย และหลีกเลี่ยงการยืนในจุดที่อาจลื่นหรือเสี่ยงเกิดอันตรายเพิ่มค่ะ
2. ประเมินอาการทันที ลองเรียกชื่อเด็ก พร้อมตบไหล่เบาๆ เพื่อดูว่ารู้สึกตัวหรือไม่ หากเด็กไม่ตอบสนอง
📞 ให้รีบตะโกนเรียกคนช่วย หรือโทร 1669 ทันที
3. เปิดทางเดินหายใจหากเด็กไม่หายใจ หรือมีอาการหายใจเฮือก
▸ จัดท่านอนหงาย
▸ หงายศีรษะขึ้นเล็กน้อย เพื่อเปิดทางเดินหายใจ
💡 สำหรับผู้จมน้ำ “การขาดอากาศหายใจ” คือสาเหตุสำคัญที่สุด จึงต้องรีบช่วยเรื่องการหายใจก่อนเสมอ
4. ทำ CPR (ช่วยฟื้นคืนชีพ)
👶 กรณีเด็กเล็ก อายุ 1 เดือน – 1 ปี
ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางกดหน้าอกบริเวณกึ่งกลางอก
▸ กดหน้าอก 30 ครั้ง
▸ สลับเป่าปาก 2 ครั้ง
▸ กดลึกประมาณ 1/3 ของความหนาหน้าอกเด็ก
ทำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอค่ะ
🧒 กรณีเด็กโต มากกว่า 1 ปี
ใช้ส้นมือ 1 หรือ 2 ข้าง กดบริเวณครึ่งล่างของกระดูกหน้าอก
▸ กดหน้าอก 30 ครั้ง
▸ สลับเป่าปาก 2 ครั้ง
▸ กดลึกอย่างน้อยประมาณ 5 เซนติเมตร
💡 สิ่งสำคัญมากสำหรับผู้จมน้ำคือ “การเป่าปาก” เพราะร่างกายขาดออกซิเจนเป็นหลัก ต่างจากภาวะหัวใจหยุดเต้นทั่วไป
5. หากมีเครื่อง AED (เครื่องช็อกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ)
▸ เช็ดหน้าอกเด็กให้แห้งสนิทก่อน
▸ ติดแผ่น AED ตามตำแหน่งที่เครื่องแนะนำ
▸ ทำตามเสียงคำสั่งของเครื่องทันที
6. ทำ CPR ต่อเนื่องจนกว่าความช่วยเหลือจะมาถึง
▸ เด็กจะเริ่มหายใจได้เอง
▸ รู้สึกตัว
▸ หรือทีมกู้ชีพจะเดินทางมาถึง
7. หากเด็กกลับมาหายใจได้แล้ว
ให้จัดเด็กนอนตะแคงในท่า Recovery Position เพื่อช่วย
▸ เปิดทางเดินหายใจ
▸ ลดความเสี่ยงการสำลัก
และควรห่มผ้าเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นระหว่างรอทีมแพทย์ค่ะ
💡 แนะนำมาก : เรียน CPR สำหรับเด็กและทารกจากโรงพยาบาลหรือหน่วยงานที่เชี่ยวชาญอย่างน้อย 1 ครั้ง และทบทวนทุก 2 ปี เพราะทักษะนี้อาจช่วยชีวิตลูกได้จริง
📋 ตารางสรุป 5 ชั้นการป้องกันเด็กจมน้ำ
| ชั้น | วิธีป้องกัน | ใครทำได้ |
| 🏠 1 | ปิดกั้นการเข้าถึงแหล่งน้ำในบ้าน | พ่อแม่ทุกครอบครัว |
| 👀 2 | ดูแลใกล้ชิด อยู่ในระยะแขนเอื้อมถึง | พ่อแม่ ผู้ดูแล |
| 🏊 3 | สอนทักษะว่ายน้ำและเอาชีวิตรอด | เรียนกับครูที่เชี่ยวชาญ |
| 🦺 4 | เสื้อชูชีพมาตรฐานเมื่ออยู่ใกล้น้ำธรรมชาติ | พ่อแม่จัดหา |
| 🚑 5 | รู้วิธี CPR และปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง | ทุกคนในบ้านควรรู้ |
🔑 กุญแจสำคัญ — ทักษะในน้ำ คือสิ่งที่ “ติดตัวลูกตลอดชีวิต”
ใน 5 ชั้นที่กล่าวมา มีชั้นเดียวที่ “ลูกพกติดตัวได้ไม่ว่าจะไปที่ไหน” — นั่นคือทักษะว่ายน้ำและทักษะเอาชีวิตรอดในน้ำ
รั้วกั้นสระอาจพังได้ การดูแลของพ่อแม่มีจุดอ่อนเสมอ แต่ทักษะที่ลูกมีอยู่ในร่างกาย “ไม่มีวันหายไป”
และยิ่งเรียนตั้งแต่เล็ก ทักษะนั้นยิ่งฝังลึกมากเท่านั้น เพราะสมองในช่วง 0–5 ปีรับทักษะ Reflex และการตอบสนองต่อน้ำได้ดีที่สุดในชีวิต
❓ FAQ คำถามที่พ่อแม่ถามบ่อยมากเรื่องความปลอดภัยทางน้ำ
- เด็กอายุเท่าไหร่ถึงจะเรียนว่ายน้ำได้เพื่อความปลอดภัย?
เริ่มได้ตั้งแต่ 4 เดือน โดยที่คลาสต้องออกแบบมาสำหรับทารกโดยเฉพาะ มีครูที่ผ่านการรับรองและสระน้ำอุ่นในร่ม งานวิจัยยืนยันว่าการเรียนตั้งแต่เล็กช่วยลดความเสี่ยงจมน้ำในเด็กอายุ 1–4 ปีได้ถึงร้อยละ 88
- เด็กที่ว่ายน้ำเป็นแล้ว ยังจมน้ำได้ไหม?
ได้ค่ะ การว่ายน้ำเป็นลดความเสี่ยง แต่ไม่ใช่ประกันร้อยเปอร์เซ็นต์ เด็กที่ว่ายน้ำเป็นยังต้องมีผู้ดูแลเมื่ออยู่ใกล้น้ำ โดยเฉพาะแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีกระแสน้ำและสภาพแวดล้อมที่ไม่คาดเดาได้
- พ่อแม่ควรเรียน CPR ด้วยไหม?
ควรมากค่ะ กรมควบคุมโรคย้ำว่าการทำ CPR อย่างถูกวิธีตั้งแต่แรกช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้มาก สามารถเรียนได้จากโรงพยาบาลหรือหน่วยงานสาธารณสุขใกล้บ้าน
- ทารกในบ้านอยู่ในความเสี่ยงจากแหล่งน้ำใดบ้าง?
ทารกอายุต่ำกว่า 1 ปีมีความเสี่ยงสูงจาก ถังน้ำ กะละมัง โอ่ง อ่างอาบน้ำ และแม้แต่ภาชนะใส่น้ำขนาดเล็กที่มีน้ำแค่ 5 เซนติเมตรก็อันตรายได้ อย่าปล่อยทารกไว้ตามลำพังในห้องน้ำแม้แต่วินาทีเดียว
- ปิดเทอมนี้ควรทำอะไรเพื่อป้องกันลูกจมน้ำ?
สิ่งที่ทำได้ทันที ได้แก่ ①ตรวจสอบแหล่งน้ำรอบบ้านและปิดกั้นให้ดี ②ไม่ปล่อยเด็กเล่นใกล้น้ำตามลำพัง ③พาลูกเรียนว่ายน้ำกับครูที่เชี่ยวชาญ ④เรียนรู้วิธี CPR ที่ถูกต้อง และ ⑤บันทึกเบอร์ 1669 ไว้ในโทรศัพท์
🐳 ปลอดภัยในน้ำ เริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้
“การจมน้ำเป็นอุบัติเหตุที่ป้องกันได้” — กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
และหนึ่งในสิ่งที่ทำได้วันนี้เพื่อลูกคือ พาลูกเรียนทักษะเอาชีวิตรอดในน้ำตั้งแต่เล็กที่สุด
ที่ BABY SWIMMING หลักสูตรทุกระดับตั้งแต่ STARFISH (4 เดือน) ถึง SHARK (12 ปี) ถูกออกแบบมาให้ลูกได้ทักษะความปลอดภัยในน้ำที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ว่ายน้ำเป็น แต่ “รู้ว่าต้องทำอะไรเมื่อพลัดตกน้ำ”
“ของขวัญล้ำ ที่จะติดตัวลูกของคุณไปตลอดชีวิต” — BABY SWIMMING | ก่อตั้งปี 2557 | ISO 9001:2015 | 18 สาขาทั่วประเทศ
อ้างอิง: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขไทย (2567, 2568), กองป้องกันการบาดเจ็บ Drowning Report (2567), กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข, WHO Global Drowning Prevention (2021), Thai PBS (มีนาคม 2568) เรียบเรียงโดยทีม BABY SWIMMING Thailand — โรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็กและทารก ISO 9001:2015 แห่งแรกและแห่งเดียวในไทย ก่อตั้งปี 2557 | 18 สาขาทั่วประเทศ ⚕️ หมายเหตุ: บทความนี้ให้ข้อมูลสุขภาพและความปลอดภัยทั่วไป กรุณาติดต่อหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ทันทีเมื่อเกิดเหตุ
ที่ BABY SWIMMING Thailand เรามุ่งมั่นสร้างทักษะทั้งสองอย่างให้น้องควบคู่กัน ทั้งว่ายน้ำสวย และปลอดภัยในน้ำจริงๆ และหลักสูตรที่ออกแบบเพื่อเด็กไทยโดยเฉพาะ ตั้งแต่อายุ 4 เดือน ถึง 12 ปี ค่า 💙“ของขวัญล้ำค่าที่จะติดตัวลูกของคุณไปตลอดชีวิต” 💙
🏢 สำนักงานใหญ่ :
💬 line.me/R/ti/p/%40babyswimming
📪 m.me/babyswimmingthailand
.
📍 สาขาของเรา (Our locations) :
bit.ly/BSTLocations
.
🏊♀ คอร์สและค่าเรียนว่ายน้ำ (Courses & fees):
bit.ly/BSTCoursesFees
.
💡 รู้จักเราใน 3 นาที (Know us in 3 mins) :
bit.ly/BSTAboutUs
.
⭐️ รีวิวจากสมาชิกของเรา (Our testimonials) :
bit.ly/BSTTestimonials
.
🎦 YouTube channel ของเรา (Our YouTube channel) :
bit.ly/BSTYouTube
.
🌐 babyswimmingthailand.com
.
✨ มาร่วมมอบของขวัญล้ำค่าที่จะติดตัวลูกของคุณไปตลอดชีวิตกับ BABY SWIMMING, A Precious Gift for Your Kids” 🐳🏊🏻💦🩵🎁✨
.
✅ โรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็กที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
✅ คะแนนรีวิว ‘5 ดาว’ บน Facebook สูงสุดเป็นอันดับ 1 จากสมาชิกมากกว่า 1,000 ครอบครัว
✅ แบรนด์เดียวที่ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพ ISO 9001 ด้านการบริการและการออกแบบพัฒนาหลักสูตร
✅ แบรนด์เดียวที่ได้รับความไว้วางใจและร่วมดำเนินงานกับโรงพยาบาลชั้นนำ
