เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่แทบทุกบ้านต้องเคยประสบพบเจอปรากฏการณ์ “ลูกชอบขว้างปาสิ่งของ” ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่มักเกิดขึ้นในช่วงวัยประมาณขวบปีแรก ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรได้ก็ตามมักขว้างหรือปาทุกครั้ง จนบางทีคุณพ่อคุณแม่ก็เกิดความกังวลว่านี่เป็นพฤติกรรมตามพัฒนาการของลูก หรือเป็นสิ่งที่จะสร้างนิสัยที่เป็นปัญหาให้ลูกน้อยกันแน่… วันนี้เรามีคำตอบมาให้ค่ะ

เบบี้ชอบขว้างของเป็น “นิสัย” หรือ “พัฒนาการตามวัย” กันนะ?

สำหรับลูกวัยเบบี้ช่วง 1 ขวบปีแรกที่มักชอบหยิบจับสิ่งของต่างๆ รอบตัวแล้วขว้างปาออกไป ไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่กังวลใจเลยค่ะกับพฤติกรรมนี้ เพราะนี่ถือเป็น “พัฒนาการตามวัย” ของเขา เนื่องจากช่วงขวบปีแรกนี้กล้ามเนื้อมัดเล็กของลูกน้อยจะมีการพัฒนามากขึ้น ดังนั้น การหยิบจับและขว้างปาของจึงเป็นเสมือนการฝึกทักษะการใช้กล้ามเนื้อมือเพื่อทดสอบว่าเมื่อทำแบบนั้นแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ต้องการรู้ว่าตัวเองจะใช้มือได้ดีจริงๆ ไหม ลูกน้อยจึงมักใช้เวลาและสมาธิกับการเคาะ ขว้างปาสิ่งของ เพื่อทำให้เกิดเสียงดัง ยิ่งถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความเบิกบานและสนุกสนานให้เขาแล้วละก็ลูกจะยิ่งทำซ้ำค่ะ

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อลูกอายุเกินขวบปีแรก เขาจะเริ่มมีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ซับซ้อนมากขึ้น การขว้างปาสิ่งของของลูกจึงอาจมีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่แตกต่างออกไปจากเดิม เช่น เป็นการปาของเมื่อเขามีอารมณ์หงุดหงิด กำลังรู้สึกโกรธ ไม่พอใจ หรือเพื่อเรียกร้องความสนใจจากคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งกรณีนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องตั้งสติแล้วค่ะ เพราะปฏิกิริยาที่คุณพ่อคุณแม่ตอบสนองต่อการขว้างปาสิ่งของของลูกมีผลต่อพื้นฐานทางนิสัยและการจัดการอารมณ์ของลูกได้ค่ะ หากคุณพ่อคุณแม่ตอบสนองพฤติกรรมปาสิ่งของอย่างไม่เหมาะสม เช่น การดุหรือตะคอกลูกดังๆ จะทำให้ลูกซึมซับความก้าวร้าว ซึ่งอาจเปลี่ยนเป็นการใช้ความรุนแรงได้ในอนาคต รวมถึงการดุแต่ไม่จริงจัง น้ำเสียงยังหัวเราะหรือยิ้มให้ลูก จะทำให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่ถูกต้อง และคุณพ่อคุณแม่กำลังเล่นกับเขา ต่อไปเขาจะยิ่งท้าทายด้วยของที่ใหญ่ขึ้น หรืออันตรายมากขึ้น เป็นต้น และแน่นอนว่าพฤติกรรมตามพัฒนาการนี้ก็อาจจะกลายเป็นนิสัยที่ไม่น่ารักในอนาคตนะคะ

วิธีแก้ไขไม่ให้ลูกมี “นิสัยขว้างปาของ”

  1. ป้องกันอันตรายก่อน อันดับแรกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำคืออย่าวางสิ่งของที่มีเหลี่ยมมุม หรือแตกหักได้ง่ายไว้ใกล้มือจนลูกหยิบฉวยได้ง่ายๆ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ แล้วต้องเสริมด้วยการอธิบายเพิ่มเติมว่าของอะไรบ้างที่เขาหยิบจับขว้างปาได้ เช่น “ลูกบอลยางเด้งดึ๋งหนูปาได้นะคะ ตุ๊กตานุ่มนิ่มหนูปาได้นะลูก แต่บางทีน้องตุ๊กตาอาจจะเจ็บได้นะคะ แต่หนูจะปาอาหาร ขนม หรือช้อนไม่ได้นะคะ” เป็นต้น
  2. เหตุผลต้องชัดเจน กรณีที่คุณพ่อคุณแม่ห้ามลูกขว้างปาสิ่งของจะต้องพูดคุยและให้เหตุผลกับลูกด้วยนะคะว่าเพราะอะไร เช่น การขว้างปาสิ่งของจะทำให้บ้านเลอะเทอะ พอบ้านเลอะคุณพ่อคุณแม่จะต้องทำความสะอาด และบางครั้งของที่ปาออกไปอาจจะเสียหายได้ เป็นต้น นอกจากนี้ควรมีการกำหนดกติกาไว้ด้วยว่าหากทำบ้านเลอะเทอะเด็กๆ จะต้องช่วยทำความสะอาด หรือหากทำสิ่งของเสียหายจะต้องงดเล่นเป็นระยะเวลาหนึ่ง และต้องช่วยคุณพ่อคุณแม่ซ่อมของเล่น เป็นต้น หากทำเช่นนี้เป็นประจำก็จะช่วยให้ลูกเข้าใจถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาจากการที่เขาทำผิดได้ค่ะ
  3. คุณพ่อคุณแม่ต้องมีสติ หากเหตุผลการขว้างปาสิ่งของของลูกเป็นไปเพราะอารมณ์โกรธหรือถูกขัดใจ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องมีคือ “สติ” และใจเย็นค่ะ ควรใช้คำพูดและท่าทีที่สงบกับลูก พูดด้วยเหตุผลว่าเขาจะขว้างปาสิ่งของด้วยอารมณ์โกรธไม่ได้ ที่สำคัญคือคุณพ่อคุณแม่ต้องเป็น Role Model ที่ดีให้กับลูกในเรื่องของการแสดงอารมณ์และจัดการอารมณ์โกรธของตัวเองด้วยเช่นกันนะคะ
  4. เอ่ยปากห้าม แววตาและท่าทางต้องห้ามด้วย เมื่อไรก็ตามที่เอ่ยปากห้ามลูก สิ่งที่จำเป็นจะต้องเกิดขึ้นคือแววตา ท่าทาง และน้ำเสียงของคุณพ่อคุณแม่จะต้องห้ามจริงๆ และจริงจังด้วยนะคะ เพราะหากปากห้ามแต่แววตาคุณพ่อคุณแม่ยังมีความสนุก มีรอยยิ้ม ลูกก็จะสับสนกับคำห้ามนั้นได้ค่ะ และส่วนมากเด็กมักเลือกตอบสนองต่อท่าทีที่มองเห็นมากกว่าคำพูดนะคะ ฉะนั้น ทั้งคำพูดและการกระทำของคุณพ่อคุณแม่ต้องสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันค่ะ
  5. ดึงความสนใจไปสู่กิจกรรมอื่น ลองปรับพฤติกรรมของลูกที่ชอบขว้างปาสิ่งของไปสู่การชวนเขาทำกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เสริมสร้างพัฒนาการกล้ามเนื้อมือน้อยๆ เช่น ฝึกระบายสี ปั้นแป้ง พับกระดาษ เชื่อเถอะค่ะว่าลูกรักจะสนุกกับกิจกรรมเหล่านี้มากกว่าการขว้างปาสิ่งของแน่นอน

หากคุณพ่อคุณแม่กังวลใจกับการขว้างปาสิ่งของของลูกจนคิดว่าจะต้องมีการปรับพฤติกรรมเกิดขึ้น ขอให้ทำใจนะคะว่าการปรับพฤติกรรมนั้นต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควรถึงจะสามารถปลูกฝังนิสัยใหม่ให้ลูกได้ ความอดทนและใจเย็นจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากค่ะ และเมื่อไรก็ตามที่ลูก “ทำดี… ทำได้” อย่าลืมให้รางวัลตอบแทนลูกน้อยด้วยนะคะ ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของหรอกนะคะ แค่คำชื่นชม รอยยิ้ม อ้อมกอดอุ่นๆ หรือหอมสักฟอด ก็สร้างกำลังใจในการทำดีของลูกในวัยเบบี้ได้ต่อไปเรื่อยๆ แล้วล่ะค่ะ


🌐 babyswimmingthailand.com

✨มาร่วมมอบของขวัญล้ำค่าที่จะติดตัวลูกของคุณไปตลอดชีวิตกับ BABY SWIMMING โรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็กแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพ ISO 9001 และได้รับความไว้วางใจจากโรงพยาบาลชั้นนำ 🇹🇭💯🏆🎉😊🙏🏻✨

✨”BABY SWIMMING, A Precious Gift for Your Kids” 🐳 🏊🏻 💦 💙 🎁 ✨

#babyswimming #สอนว่ายน้ำเด็ก #เรียนว่ายน้ำเด็ก #สระว่ายน้ำเด็ก #โรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็ก #สระน้ำอุ่น #สระในร่ม

Share this